เรื่องเค็ม ควรรู้

1. มีโซเดียม

คนทั่วไปจะรู้อยู่แล้วว่าการทานอาหารที่เค็มจะมีโซเดียมมาก แต่ที่จริงแล้วยังมีโซเดียมที่อยู่ในรูปของอาหารบางอย่างที่ไม่เค็มก็อย่างเช่นอาหารที่มีผงฟูเป็นส่วนประกอบ เช่น

  • คุกกี้
  • แพนเค้ก
  • ขนมปัง
  • โดนัท
  • พาย
  • ซาลาเปา

คนทั่วไปจะรู้อยู่แล้วว่าการทานอาหารที่เค็มจะมีโซเดียมมาก แต่ที่จริงแล้วยังมีโซเดียมที่อยู่ในรูปของอาหารบางอย่างที่ไม่เค็มก็อย่างเช่นอาหารที่มีผงฟูเป็นส่วนประกอบ เช่น คุกกี้แพนเค้กขนมปังโดนัทขายซาลาเปา  กลุ่มมีรสชาติไม่เค็มเลยป็นอาหารหวานด้วยซ้ำแต่ว่ามีโซเดียมเป็นส่วนประกอบ นอกจากนี้อาหารไทยบางอย่างต้องดูส่วนผสมให้ดี เช่น กล้วยบวชชีเป็นอาหารหวานแต่ว่าจะใช้เกลือตัดรสหวาน ดังนั้นอาหารไทยบางกลุ่มมีโซเดียมเป็นส่วนประกอบด้วย นอกจากนี้ในกลุ่มของน้ำเกลือแร่ เช่น เวลาออกกำลังกายใช่ซื้อน้ำเกลือแร่ทานก็จะเป็นมีกลูโคส ดังนั้นอาหารกลุ่มนี้ถึงแม้จะไม่เค็มค่ะแต่ว่ามีโซเดียมเป็นส่วนประกอบ

2. น้ำปลาโซเดียมต่ำ

พยายามเลี่ยงไปใช้ของที่เป็น low Sodium ก็คือลดโซเดียมลงไม่ว่าจะเป็นลดเท่าไหร่ก็ตาม กลุ่มน้ำปลากลุ่มนี้โดยส่วนใหญ่แล้วเกลือที่เขาลดลงคือ เกลือโซเดียม แต่ว่าก็จะไปใช้เกลือโพแทสเซียมเป็นส่วนประกอบแทน ดังนั้นคนไข้ไตยิ่งโดยเฉพาะคนไข้ไตในระยะ 3 ปีขึ้นไประยะ 4 ระยะ 5ทั้งคนไข้ที่ฟอกเลือดไต กลุ่มนี้โดยแนวโน้มก็จะมีโอกาสที่มีเกลือแร่โพแทสเซียมสูงอยู่แล้วการขับเกลือแร่โพแทสเซียมจะมีแนวโน้มที่จะขับได้ยากกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว ดังนั้นน้ำปลาที่ลดโซเดียมที่เพิ่มเกลือโพแทสเซียมแทนก็จะไม่เหมาะสำหรับคนไข้ไตกลุ่มนี้แต่ว่าอาจจะเหมาะสำหรับคนไข้ในกลุ่มที่ลดโซเดียมในกลุ่มอื่น เช่น คนทั่วไปหรือว่าในคนที่เป็นความดันคนที่เป็นโรคหัวใจแบบนี้เป็นต้น 

3. ควรคุมโซเดียมในเกณฑ์ที่เหมาะสม

ใครบ้างที่ควรจะคุมอาหารโซเดียมบางคนก็จะเข้าใจว่าเป็นความดันก่อนค่อยคุมโซเดียมหรือว่าเป็นโรคไตค่อยคุมโซเดียม ที่จริงก็คือทุกคนควรจะจำกัดโซเดียมให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสมควรจะค่อยๆปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเราไป ยังมีคนไข้อีกกลุ่มนึงที่ขาดโซเดียมแต่ว่าจะเจอในจำนวนที่ค่อนข้างจะน้อยอันนี้ก็คือจะเจอจากการที่หมอเช็คเลขมีระดับเกลือแร่โซเดียมในร่างกายต่ําการรักษาหมออาจจะต้องให้ยาเม็ดที่เป็นเกลือโซเดียมด้วยซ้ำและมีสำหรับบางรายที่จำกัดโซเดียมน้อยมากๆเลย ด้วยโซเดียมส่วนใหญ่ก็จะแนะนำจำกัดประมาณน้อยกว่า 2,000 กรัมถึง 200 มิลลิกรัมต่อวัน อย่างไรก็ตามไม่แนะนำให้จำกัดน้อยกว่า 1500 มิลลิกรัมต่อวัน ทั้งนั้นใครก็ตามหาที่พยายามจำกัดจำกัดมากเกินไปจะมีผู้ป่วยบางรายมาหาหมอเพราะว่ามีเกลือโซเดียมในร่างกายต่ำเนื่องจากพยายามจำกัดอาหารมากเกินไป

4. เมนูอาหารน้ำ อาจมีโซเดียมมาก

เมนูอาหารบางเมนูมีปริมาณโซเดียมมาก เมนูอาหารน้ำที่มีโซเดียมเป็นส่วนประกอบมากคำแนะนำก็คือทานแต่เนื้อพยายามตักน้ำทิ้งไป บางคนอาจจะยังนึกภาพไม่ออกว่าเมนูไหนที่จะมีโซเดียมเป็นส่วนประกอบมากหมอก็แนะนำว่าปริมาณโซเดียมที่เราไม่ควรทาน 1 วันไม่ควรจะเกิน 2,000มิลลิกรัมในบางเมนูที่เป็นเมนูอาหารน้ำอย่างเช่น

  • สุกี้น้ำ
  • บะหมี่น้ำหมูแดง
  • เส้นใหญ่เย็นตาโฟ

ในต่อ 1 ชามมีปริมาณโซเดียมมากถ้าเกิดทานทั้งเนื้อทั้งน้ำจะมีโซเดียมถึง 1,400-1,500 มิลลิกรัมต่อชาม ในอาหารน้ำมีปริมาณโซเดียมสูงกว่าส้มตำ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดชอบที่จะทานอาหารกลุ่มนี้ก็แนะนำทานในส่วนเนื้อไม่ทานส่วนที่เป็นน้ำ 

5. ซอสมีโซเดียมต่างกัน

ปริมาณโซเดียมที่แตกต่างกันไปอันนี้จะหมายถึงในกรณีที่ไม่มีการเติมซอสอย่างอื่นเพิ่มเติม แล้วหน่วยจะเป็น ช้อนชา/มื้อ อย่างเช่น

  • เกลือ 10 1/4 ช้อนชา/มื้อ
  • ผงปรุงรส 1/3 ช้อนชา/มื้อ
  • ผงชูรส 1/2 ช้อนชา/มื้อ
  • กะปิเศษ 3/4 ช้อนชา/มื้อ
  • น้ำปลา ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา/มื้อ
  • ผงฟู 1/4 ช้อนชา/มื้อ
  • เต้าเจี้ยว 1 3/4 ช้อนชา/มือ
  • น้ำปลา ซอสหอยนางรม 2 /2 ช้อนชา/มื้อ
  • น้ำพริกเผา 3 ช้อนชา/มื้อ
  • น้ำจิ้มสุกี้ 4 1/2 ช้อนชา/มื้อ
  • ซอสพริก 5 1/4 ช้อนชา/มื้อ
  • น้ำจิ้มไก่ 5 3/4 ช้อนชา/มื้อ

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *