วิตามินอะไร ผู้ป่วยไตควรได้

วิตามินอะไรบ้างที่ผู้ป่วยไตเรื้อรังจำเป็นจะต้องได้รับ เนื่องจากผู้ป่วยไตเรื้อรังอาจจะมีแนวโน้มที่จะขาดวิตามินได้มากกว่าบุคคลทั่วๆไป อาจจะเนื่องมาจากทานข้าวได้น้อยลงหรือว่าจะได้ยาบางตัวที่รบกวนการดูดซึมของวิตามินก็เลยทำให้ดูดซึมวิตามินได้น้อยลง บางทีหมอไตก็อาจจะจำเป็นจะต้องแนะนำให้ทานวิตามินเสริม

วิตามินบี

วิตามินบีมีหลายตัวอย่างที่เราอาจจะเคยทราบกันมาก่อนก็อย่างเช่นวิตามินบี 1 2 3 4 5 6 7เป็นต้น แต่ว่าในวันนี้จะขอยกตัวอย่างวิตามินที่ส่วนใหญ่แล้วหมอไตก็จะให้ผู้ป่วยบ่อยๆนะคือ วิตามินบี 9 ก็จะไม่ค่อยรู้จักกันก็คือตัวโฟลิคจะเรียกเป็นโฟลิค โฟลิ หรือ โฟเลต หรือว่าจะเป็นวิตามินบี 9 ก็คือตัวเดียวกัน มีข้อมูลในเรื่องของการป้องกันโรคหลอดเลือด นอกจากนี้การขาดโฟลิคก็อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยมีภาวะโลหิตจาง ดังนั้นก็จะเป็นวิตามินตัวแรกๆเลยที่หมอให้ทาน

วิตามินบี 12

ชื่อภาษาอังกฤษก็คือ Cobalamin ตัวนี้เราก็มักจะร่วมการให้โฟลิคเหมือนกันเหตุผลก็คล้ายเคียงกันเพราะมีผลในเรื่องของโลหิตจางด้วยเช่นกัน ดังนั้นโฟลิคกับวิตามินบี 12 ค่ะก็จะเป็น 2 ตัวที่มักจะได้รับกันเสมอๆ

วิตามินบีอื่นๆ

วิตามินดียังมีอีกหลายตัวที่ไม่ใช่ บี9 บี12 จะให้ก็ต่อเมื่อสงสัยว่าผู้ป่วยอาจจะมีวิตามินตัวนั้นต่ำก็อย่างเช่น

  • บี1 thiamine
  • บี2 riboflavin
  • บี3 niacin
  • บี5 Pentothenic acid
  • บี6 pyridoxine
  • บี7 biotin
    วิตามินบี 6 ตัวนี้จะเป็นวิตามินบีที่คุณหมออาจจะแนะนำให้ทานได้เฉพาะผู้ป่วยบางรายเท่านั้น

วิตามินดี

ไตทำหน้าที่ในการสร้างวิตามินดี วิตามินซีที่ร่างกายสร้างขึ้นมาแต่ว่ายังไม่พร้อมใช้งานก็จะมีกระบวนการที่จะมาเปลี่ยนที่ไตเพื่อทำให้วิตามินดีตัวที่ร่างกายสร้างขึ้นมาสามารถใช้งานได้ซึ่งพอไตเราเสียไปก็จะทำให้ขั้นตอนที่เปลี่ยนจากวิตามินดีที่ร่างกายสร้างมาเอามาเปลี่ยนที่ไตจะไม่สามารถเปลี่ยนได้ ดังนั้นต่อให้เรามีวิตามินดีนั้นก็ไม่สามารถจะทำงานได้ทั้งนั้นก็เหมือนร่างกายเราขาดวิตามินดี

ผู้ป่วยไตเรื้อรังก็จะมีการดูดซึมแคลเซียมจากอาหารที่น้อยลงจะทำให้ระดับแคลเซียมต่ำลงทำให้ร่างกายไปกระตุ้น ฮอร์โมนพาราไทรอยด์ ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้ถ้าเกิดถูกกระตุ้นให้สร้างปริมาณมากเกินไปจะไปดึงแคลเซียมจากกระดูกออกมาทำให้ผู้ป่วยมีกระดูกบางมีกระดูกหักง่าย ถ้ามีฮอร์โมนตัวนี้ที่สูงมากๆแคลเซียมก็จะไปสะสมที่ผนังเส้นเลือดทำให้ผนังเส้นเลือดแข็งก็เป็นสาเหตุของโรคหัวใจและหลอดเลือดตามมาก็เป็นภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะสามารถเกิดขึ้นกับผู้ป่วยไตเรื้อรังได้

วิตามินซี

บางท่านเคยได้ยินข้อมูลของวิตามินซีในเรื่องของการป้องกันการติดเชื้อเป็นหวัดก็จะหายเร็วขึ้นหรือว่าเป็นแผลหายเร็วขึ้น สำหรับเรื่องไตก็มีบางข้อมูลที่บอกว่าการที่คนไข้จะได้รับวิตามินซีอาจจะช่วยในเรื่องของโลหิตจาง คุณหมอไตบางท่านก็จะแนะนำให้ผู้ป่วยได้รับวิตามินซีด้วย อย่างไรก็ตามในวิตามินซีที่คุณหมอจะเลือกให้คนไข้จำเป็นจะต้องให้คุณหมอเป็นคนแนะนำไม่แนะนำให้ไปซื้อทานเองเพราะว่าขนาดของวิตามินซีสำหรับผู้ป่วยไตเรื้อรังแล้วก็มักจะได้รับขณะที่ต่ำกว่าคนทั่วไป

วิตามินอี

เป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน มีข้อมูลในเรื่องของการมีประโยชน์งของการต้านอนุมูลอิสระป้องกันโรคหัวใจ แต่ว่าสำหรับผู้ป่วยไตวิตามินเอไม่ใช่วิตามินที่แนะนำใช้โดยทั่วไป จะแนะนำให้กับผู้ป่วยบางรายอาจจะมีประโยชน์ในแง่ของฟอกเลือดไตและก็เป็นตะคริวบ่อยๆหมอจะแนะนำให้ได้

วิตามินต่างๆที่กล่าวมก็คือโฟลิกแอซิดคือวิตามินบี9 บี12 วิตามินบีต่างๆ วิตามินซี กลุ่มนี้เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ สำหรับผู้ป่วยไตจะไม่แนะนำวิตามินที่ละลายในไขมันก็จะเว้นแค่วิตามินดี ซึ่งจะเห็นว่าบทบาทของวิตามินดีสำหรับผู้ป่วยไตจะมีค่อนข้างจะเยอะมากที่เกี่ยวกับการควบคุมทั้งแคลเซียม ควบคุมฟอสฟอรัส ควบคุมเกี่ยวกับเรื่องฮอร์โมนพาราไทรอยด์ 

วิตามินอีกกลุ่มนึงเป็นวิตามินที่ ละลายในไขมัน เช่น วิตามินเอ วิตามินเค กลุ่มนี้เรามักไม่แนะนำให้ทานเพราะว่าถ้าเกิดว่าขับไม่ได้วิตามินที่ละลายในไขมันจะไปสะสมในตับแล้วก็ในเนื้อเยื่อไขมัน อาจจะเกิดโทษกับร่างกาย มีข้อมูลว่าในผู้ป่วยไตเรื้อรังเจาะระดับวิตามินเอมาทียบกับคนทั่วไป วิตามินเอจะมีแนวโน้มที่สูงกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว รวมทั้งวิตามินรวมก็ไม่แนะนำเช่นกันเพราะว่าวิตามินรวมจะหมายถึงการที่มีวิตามินในตัวมารวมกันมักจะมีวิตามินที่ละลายในไขมันด้วย ดังนั้นวิตามินรวมสำหรับผู้ป่วยไตเรื้อรังอันนี้เราไม่แนะนำ

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *